การพิมพ์สิ่งทอ Epson Inkjet Technology for Textile Printing
เทคโนโลยีการพิมพ์ของเอปสันสำหรับสิ่งทอ มาพร้อมกับเทคโนโลยี PrecisionCoreTM หัวพิมพ์ที่มีความแม่นยำสูงทำให้งานพิมพ์ผ้าแบบดิจิตลัระบบอิงค์เจ็ทให้งานพิมพ์ที่รวดเร็วเพิ่มการผลิตได้สูงสุด หากจะพูดถึงงานพิมพ์ผ้าสำหรับ Printer จะสามารถแบ่งแยกออกมาได้ 2 แบบ กว้างๆ คือ การพิมพ์แบบถ่ายเทความร้อน คือการพิมพ์ใส่กระดาษแล้วนำไปรีดร้อนสีจะระเหิดไปติดใยผ้า การพิมพ์วิธีนี้จะได้ความคงทนสูงมากเพราะหมึกจะติดเข้าไปที่เนื้อผ้าคงทนต่อการซัก ต้นทุนต่ำ งานพิมพ์สวย แต่มีข้อด้อยคือทำได้แค่ผ้าสีอ่อนและต้องเป็นชนิดผ้าที่เป็นใยสังเคระาห์เท่านั้นเช่น ผ้า TK TC นิยมนำไปทำเสื้อกี่ฬาต่างๆ การพิมพ์แบบนี้เป็นผลของหมึกชนิดพิเศษ UltraChrome DS ของเอปสันแท้ แต่โดยทั่วไปจะเรียกอีกอย่างว่า sublimation เป็นหมึกที่ทำมาเพื่อถ่ายเทความร้อนโดยเฉพาะ
ขั้นตอนการใช้งาน
1.สั่งพิมพ์บนกระดาษใดๆ ก็ได้ แต่หากเป็นกระดาษซับที่เคลือบผิวมาสีจะสวย เพราะหมึกไม่ซึมลงเนื้อกระดาษ
2.นำไปรีดบนเสื้อ เสร็จ
จะเห็นว่าขั้นตอนง่ายมากๆ ทำให้มีผู้ใช้การพิมพ์แบบนี้อย่างกว้างขว้างโดยนิยมพิมพ์เฉพาะจุดเช่นดาน้หน้าหรือด้านหลังเสื้อหรือพิมพ์ผ้าแบบม้วนคือให้ทั้งตัวเป็นสีแบบที่เราต้องการก่อนการตัดเย็บแก้ปัญหาทำได้เฉพาะสีอ่อน เลยทำสีลงบนผ้าสีขาวทั้งตัว
ระบบการพิมพ์เสื้อหรือสิ่งทออีกอย่างนึงก็คือ ระบบการพิมพ์ตรงลงบนเสื้อ การพิมพ์แบบนี้ต้องเป็นเครื่องเฉพาะไม่สามารถใส่เครื่องอะไรก็ได้แบบหมึกซับดิเมชั่นที่เป็นระบบถ่ายเทความร้อน โดยใช้หมึก UltraChrome DG สำหรับหมึกเอปสันแท้ แต่โดยทั่วไปจะเรียกว่า DTG ซึ่งย่อมาจากคำว่า Direct-to-garment printing คืดระบบพิมพ์ตรงนั้นเองเราสามารถใส่เสื้อลงบนเครื่องให้พิมพ์ได้โดยตรง แต่จะรองรับแค่ ผ้าคอตตอล 100% หรือผสมมากกว่า 50% ขึ้นไปรองรับทั้งสีเข้มและสีอ่อน โดยเครื่องพิมพ์แบบ DTG จะแบ่งออกมาเป็น 2 แบบ คือแบบพิมพ์เสื้อสีอ่อน และแบบพิมพ์เสื้อเข้มและอ่อน ราคาเครื่องพิมพ์เสื้อแบบสีเข้มจะสูงกว่าเพราะดูแลยากมากกว่าเนื้อจากต้องมีหมึกสีขาวต้นทุนการผลิตก็สูงกว่า เพราะหมึกขาวมีราคาค่อยข้างสูง แต่หากทำเสื้อสีอ่อนต้นทุนใกล้เคียงกับหมึกซับพิเมชั่น
ขั้นตอนในการทำ
1.วางเสื้อบนเครื่องพิมพ์ฉีดน้ำยาปรับสภาพผ้า
2.สั่งพิมพ์
3.นำไปรีด
เสร็จ
นอกจานนี้ก็ยังมีงานที่สามารถทำงานสิ่งทอหรือเสื้อผ้าได้อีกเช่น ใช้หมึกกันน้ำหมึกบนกระดาษทราเฟอร์ แล้วนำไปตัดส่วนที่ไม่เอาออกและนำไปรีด โดยกระดาษทรานเฟอร์จะมี 2 แบบ สีเข้มและสีอ่อนโดยที่สีอ่อนไม่ต้องตัดก่อนรีดแต่สำหรับเสื้อสีเข้มต้องตัดส่วนที่ไม่เอาออกก่อน การทำแบบนี้จะได้ทุกเนื้อผ้าและทุกสี งานจะคล้ายงานสกรีน ความคงทนจะสู้แบบหมึกซับดิมเมชั่นหรือแบบพิมพ์ตรง DTG ไม่ได้ ( สำหรับสีอ่อน ) และมีแบบที่มีความสวยสดกว่า คงทนกว่าแต่การทำคล้ายกันต่างกันที่หมึกที่ใช้คืองานพิมพ์เฟล็ก จะใช้กับหมึก Eco Solvent หรือ UV LED ก็ต้องตัดส่วที่ไม่เอาออก